โยคะเหินฟ้า (Aerial Flow Yoga)

โยคะเหินฟ้าคืออะไร แล้วมีดีอย่างไรบ้าง

เชื่อว่าหลายๆ คนที่ตามกระแสรักสุขภาพที่มาแรงแบบไม่มีตกในบ้านเราย่อมต้องอยากหาวิธีออกกำลังกายที่ตัวเองชอบหรือสไตล์การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่แน่นอน เพราะคนรักสุขภาพอาจไม่ได้ปลื้มการวิ่งหรือการเล่นเวทหนักๆ เสมอไป เพราะฉะนั้นเราจึงมีวิธีออกกำลังกายที่ช่วยทั้งเรื่องการลดน้ำหนัก ปรับสมดุลของร่างกาย จิตใจและอารมณ์อย่างครบเครื่อง นั่นก็คือการเข้าคลาสโยคะสำหรับการลดน้ำหนักนั่นเอง ซึ่งในประเทศไทยของเรานั้นการเล่นโยคะนั้นเป็นที่นิยมมาเป็นเวลานานแล้ว จนกระทั่งปัจจุบันได้เกิดคลาสโยคะหลายๆ ประเภทขึ้นใหม่มากมาย และวันนี้เราจะไปดูกันว่าหนึ่งในสุดยอดคลาสโยคะสำหรับการรักษาสุขภาพที่ดีในประเทศไทยนั้น มีชื่อว่า โยคะเหินฟ้า (Aerial Flow Yoga) อะไรคือโยคะเหินฟ้า โยคะชนิดนี้เป็นโยคะรูปแบบใหม่ ได้รับความนิยมมาไม่นานนี้ เป็นการฝึกโยคะบนอุปกรณ์ที่เรียกว่า Hammock ซึ่งจะช่วยให้คุณลอยในอากาศแล้วยังสามารถหมุนได้ถึง 360 องศานั่นเอง ซึ่งสามารถช่วยให้คุณทำการฝึกท่าต่างๆได้มากมายและเกิดประสิทธิภาพสูงในการเล่นโยคะต่อทั่วร่างกายของคุณ แล้วการฝึกโยคะเหินฟ้า หรือ Aerial Flow Yoga นั้นได้อะไรบ้าง เรามาลองดูกัน! ใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เนื่องจากวิธีการและการฝึกโยคะชนิดนี้จำเป็นต้องขยับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อที่มีการยืดหรือ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยให้ข้อต่อต่างๆในร่างกายของคุณเพิ่มความแข็งแรงมากขึ้นด้วย จากการเคลื่อนที่ของโยคะชนิดนี้ ช่วยทางด้านสภาวะจิตใจให้ดีขึ้น อย่างที่พวกเราหลายๆคนรู้กันอยู่แล้ว การออกกำลังกายนั้นมีส่วนช่วยให้สภาวะจิตใจดีขึ้น แล้วอะไรคือสิ่งที่โยคะเหินฟ้านั้นช่วยพวกเรา เวลาออกกำลังกายด้วยโยคะชนิดนี้ เพราะว่า การเล่นโยคะนั้นชวยลดความเครียดและช่วยให้จิตใจไม่มีความกังวล เนื่องจากเราต้องมีการควบคุมลมหายใจและสรีระต่างๆเวลาเล่นโยคะนั้นเอง รวมถึงยังช่วยให้คุณลดความกังวลระหว่างวันและช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ต่างๆให้คุณอีกด้วย เพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหว เนื่องจากโยคะชนิดนี้ช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระ แล้วยังลดแรงกระแทกต่างอีกด้วยโดยการเคลื่อนไหวอยู่ในอากาศนั้นเอง การเคลื่อนที่ในอากาศนั้นลดแรงตึงในกระดูกและกล้ามเนื้อต่างๆ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้อย่างสุดความสามารถขณะคุณฝึกท่าโยคะต่างๆนั่นเอง โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลังและหัวไหล่ ซึ่งมีโอกาสน้อยครั้งมากที่จะได้เคลื่อนไหวในส่วนนี้ขณะใช้ชีวิตประจำวันทั่วๆไป แก้ปัญหาการปวดหลัง อย่างที่ทุกๆคนรู้กันอยู่ว่า การที่เล่นโยคะชนิดนี้คือการห้อยตัวและเคลื่อนตัวด้วยท่าต่างๆ ทำให้เส้นประสาทไขสันหลัง รวมถึงข้อต่อสะโพกต่างๆ ลดการเกิดแรงกระแทกหรือแรงกดต่อหลังของเราได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณรู้สึกโล่งและบรรเทาอาการปวดหลังของคุณไปพร้อมๆกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อระบบย่อยอาหาร โยคะเหินฟ้านั้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆมากมาย ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เอง ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหารอย่างเห็นได้ชัดเพราะการเคลื่อนมากขึ้น ทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว จึงช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นนั่นเอง ทำให้มีความสุขมากขึ้น ขณะที่เราเล่นโยคะเหินฟ้านั้น ตัวเราจะลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งช่วยให้สารอาดีนาลีนหลั่งออกมามากขึ้น ซึ่งสารตัวนี้ช่วยทำให้เราได้รับฮอร์โมนความสุขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซีโรนิน(serotonin) เอนโดฟิน(endorphins) ออกซีโทซิน(oxytocin) โดฟามาย(dopamine) ซึ่งสารทั้งหมดเหล่านี้ช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังและกระชับกระเฉงมากขึ้น ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นเพียงข้อดีบางส่วนเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วโยคะเหินฟ้า หรือ Aerial Flow Yoga นั้น มีประโยชน์มากมายในการช่วยทั้งสภาวะจิตใจและร่างกายให้ดีขึ้น ถ้ามีโอกาสอยากให้ไปลิ้มลองรสชาติของโยคะชนิดนี้ดูนะครับ ไม่แน่มันอาจทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น แต่สุดท้ายนี้การทำอะไรก็ตามไม่ว่าจะออกกำลังกาย ทำงาน ใช้ชีวิตอย่างหักโหมมากเกินไป ดังนั้นควรทำอะไรอย่างพอเหมาะ และพอดี เพื่อชีวิตที่ดีพอนะครับ

Continue reading »
ยุคที่ผู้ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนการซื้อของมาเป็นออนไลน์มากขึ้น

ยุคที่ผู้ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนการซื้อของมาเป็นออนไลน์มากขึ้น

ตลาดออนไลน์ ถือเป็นแหล่งตลาดซื้อขายสินค้าขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลมากที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลก  และยังทำการตลาดได้ง่ายกว่าการตลาดในรูปแบบเดิม จึงส่งผลให้ผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของในรูปแบบเดิมมาเป็นออนไลน์มากขึ้น   ส่วนเสน่ห์ของตลาดออนไลน์ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค และการจับจ่ายซื้อขายที่สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์สื่อสารผ่านปลายนิ้วของตัวเอง ซึ่งนอกจากจะประหยัดเวลาค่าเดินทางไปเลือกซื้อของแล้วยังช่วยประหยัดในเรื่องงบประมาณในการซื้อสินค้าได้อีกด้วย เพราะการซื้อแบบออนไลน์นั้นเราสามารถเลือกได้ตั้งแต่แหล่งต้นทางในการขายสินค้า ราคา คุณภาพ มาตรฐาน จำนวน ร้านค้าออนไลน์บางร้านยังมีการเคลมหรือรับประกันสินค้า ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงมีโปรโมชั่นที่เป็นขนมหวานล่อตาล่อใจ เย้ายวนให้กดสั่งของ แล้วโอนเงิน ให้ผู้บริโภคมาซื้อของออนไลน์ เช่น การรับเปลี่ยนสินค้าที่มีตำหนิ หรือ การเก็บเงินปลายทาง โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น   นอกจากสิ่งที่บอกกันไปแล้วข้างต้น การซื้อของออนไลน์ยังมีข้อดีและช่วยตอบโจทย์ลูกค้าในยุคนี้อย่างโดนใจมาก ก็คงจะเป็นในเรื่องของราคาสินค้าที่มีให้เลือกซื้อหากันได้ตามความพอใจ ความหลากหลายของสินค้าที่มีหลายเกรด หลายขนาด ไม่ต้องมีพนักงานมากวนใจเวลาเลือกสินค้า และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นในการซื้อสินค้านั่นเอง และถึงแม้ว่าการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์จะมีข้อเสียอยู่บ้างในเรื่องของลูกค้าอาจจะต้องเลือกและระวังผู้ขายที่ไมมีความซื่อสัตย์ หรือไม่มีจรรยาบรรณในการขาย หรืออาจจะมีความกังวลว่าจะถูกหลอก หรือสินค้าที่ได้มาไม่ตรงกับที่ต้องการเพราะไม่มีโอกาสที่จะได้ทดลองสวมใส่เหมือนกับการเลือกซื้อสินค้าจากหน้าร้านหรือห้างสรรพสินค้า แต่หากเทียบคะแนนความนิยมในการขายสินค้าระหว่างการเลือกซื้อขายบนโลกออนไลน์กับการซื้อสินค้าจากหน้าร้าน ก็เชื่อได้เลยว่าลูกค้าในปัจจุบันนี้ต้องสนใจและเลือกช่องทางในการขายสินค้าแบบออนไลน์กันอยางแน่นอน

Continue reading »

เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ IELTS

การเตรียมตัวที่ดี นำไปสู่โอกาสที่เพิ่มมากขึ้น ใครที่กำลังเตรียมตัวในการสอบ IELTS ไม่ว่าจะเป็นเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ รวมทั้งจะใช้ในการเข้าทำงาน หรือยื่นเรื่องวีซ่าทำงานก็ตามล้วนต้องมีผลคะแนนสอบ IELTS ทั้งนั้นค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเตรียมตัวสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูงจากประสบการณ์จริงมาฝากเพื่อนๆ ให้ได้ลองนำไปใช้กันดูค่ะ การสอบ  IELTS  แบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้ค่ะ Listening Part เราต้องฝึกทักษะ ในการฟัง ให้คล่องค่ะ เพราะในการสอบนั้น ข้อสอบจะมี 40 ข้อ แบ่งเป็น 4 พาร์ท คือ 1) บทสนทนา ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ระหว่างคนสองคน 2) เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันและในสังคม ซึ่งเป็นการพูดคนเดียว 3) เนื้อหาด้านการศึกษาหรือการฝึกอบรมต่างๆ เป็นการสนทนาของกลุ่มคน 4) หัวข้อด้านวิชาการโดยเป็นการพูดคนเดียวใช้เวลาในการสอบนาน 30 นาที ซึ่งจะมีเวลาในการเขียนเพียง 10 นาทีเท่านั้น โดยข้อสอบจะเริ่มจากง่ายไปยากเค้าจะให้เราฟังแค่รอบเดียวเท่านั้นค่ะ สำเนียงที่ใช้คือ  British English (BE) โดยเคล็ดลับที่ เรานำมาฝากนั้นง่ายมากเลยค่ะ ให้เพื่อนๆ ตื่นเช้ามาเปิดทีวี หรือจะเข้าเว็บไซต์ เพื่อดูข่าว BBC  แล้วหัดฟังบ่อยๆ จนคุ้นหู จากนั้นหาภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ภาษาอังกฤษ แบบปิด Subtitle มาดูค่ะ หรืออาจจะฟังภาษาจากคลิปต่างๆ ที่เราสนใจก็ได้ค่ะ โดยขณะที่เราฟังก็ลองจับใจความดูว่า ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จากนั้นก็ลองหาข้อสอบเก่าๆ มาลอง จับเวลาทำดู  ฝึกการเขียนคำตอบโดย ใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดค่ะ เพื่อป้องกันความผิดพลาด เพราะเราไม่แน่ใจว่า จะต้องเขียนแบบไหน คำตอบจึงจะถูกต้อง และในการเขียนคำตอบนั้น ให้เพื่อนๆ เขียนคำตอบลงในกระดาษคำถามก่อนนะคะ เพราะหลังจากฟังจบ เค้าจะมีเวลา ให้เรากรอกคำตอบลงในกระดาษคำตอบ นั่นเองค่ะ Reading Part ทดสอบทักษะการอ่าน ข้อสอบมี 40 ข้อ ซึ่งในการสอบในพาร์ทนี้ จะให้เวลาในการทำ 60 นาที แต่เราควรทำให้เสร็จภายใน 50 นาทีนะคะ เผื่อเราจะได้มีเวลาทบทวน โดยข้อสอบจะเป็นข้อสอบบทความเชิงวิชาการ และข่าวค่ะ ประมาณ 3 – 4 เรื่อง/บทความ ซึ่งลักษณะคำถามนั้น จะเป็นแบบให้เราเขียนตอบค่ะ เช่น การเรียงลำดับ การเติมคำ ในประโยค Matching True/False/Not Given หรือแบบปรนัย เราจึงควรฝึกอ่านและแปลความให้คล่องนะคะ  โดยเคล็ดลับของเราก็คือการอ่านบทความ หนังสือภาษาอังกฤษ และอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ที่เราสนใจบ่อยๆ นั่นเองค่ะ ซึ่งจะทำให้เรา เกิดความคุ้นเคย กับภาษาทางการมากขึ้น เมื่อเราอ่านจนคล่องแล้ว ก็ท่องศัพท์ให้จำจนขึ้นใจ จากนั้น ก็มาลองฝึกทำข้อสอบดูค่ะ โดยจับเวลา ในการทำ โดยเวลาที่เราอ่านข้อสอบนั้นให้เรา อ่านคร่าว ๆ 1 รอบก่อน จับใจความของสาระเนื้อหา แล้วกลับไปอ่านคำถาม ก็จะทำให้เราได้คำตอบที่ถูกต้องค่ะ

Continue reading »

TOEIC จะนำมาใช้ในการทำงานได้อย่างไร

อย่างที่เราทราบดีว่าหากต้องการได้งานในงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงอย่างงานของสายการบิน งานด้านการโรงแรม ด้านการท่องเที่ยว การค้าระหว่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลักจะมีระบุไว้ในประกาศรับสมัครงานเลยว่าต้องการคะแนน TOEIC เท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องการคะแนนอยู่ที่ 500-600 คะแนน แต่ก็มีพวกเราหลายคนที่ได้มากกว่า 800 คะแนนหรือพุ่งไปที่ 900 เรียกได้ว่าเกือบเต็มเลยทีเดียวซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ที่เคยผ่านการเรียนในโรงเรียนนานาชาติหรือจบทางด้านภาษาโดยเฉพาะ Cr. Freepik.com มีคำถามว่าทำไมบริษัทเหล่านี้จึงต้องให้ความสำคัญกับผลสอบ TOEIC ด้วย เป็นเพราะว่าการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำงาน หากมีการสื่อสารผิดงานก็ผิดพลาดตามไปด้วย TOEIC จึงถูกนำมาเป็นตัวกลางในการยืนยันคุณสมบัติของผู้สมัครงานว่ามีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพราะ TOEIC เป็นการสอบที่ได้มาตราฐานและใช้แบบทดสอบที่เป็นสากล หลายคนเตรียมตัวสอบ TOEIC โดยเน้นท่องจำคำศัพท์และเก็งข้อสอบเพียงเพื่อให้ผ่านการทดสอบเท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลเสียกับการทำงานในอนาคตได้ การเขียนอีเมลโต้ตอบภายในและภายนอกองค์กร เรื่องเบสิคอย่างการสื่อสาร โต้ตอบผ่านอีเมลนั้นถึงแม้บางบริษัทจะไม่ได้เคร่งครัดเรื่องแกรมม่าหรือไวยากรณ์เน้นให้สามารถสื่อสารได้เข้าใจแต่อีเมลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังคนอื่น ๆ ในองค์กรรวมถึงผู้บังคับบัญชาและผู้บริหารด้วย ดังนั้นจึงควรใช้ภาษาให้สละสลวยและหมาะสมคุณจะช่วยให้ดูน่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจให้ทำงานที่สำคัญแน่นอน Cr. Freepik.com การสื่อสารกับคู่ค้าและลูกค้าด้วยการฟังและพูด สำหรับธุรกิจที่ทำการซื้อขายระหว่างประเทศนั้นการต้องพูดคุยประสานงานกับชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษเป็นเรื่องปกติเกือบทุกวันเลยก็ว่าได้ การทดสอบการฟังในห้องสอบ TOEIC ว่าหินแล้ว การฟังชาวต่างชาติพูดภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศอาจทำให้ให้คุณหัวหมุนได้ แต่หากพื้นฐานของคุณแน่นปึ้กก็ไม่มีอะไรต้องกลัว Cr. Freepik.com ข้อมูลที่สำคัญที่ต้องเรียนรู้ในการทำงาน หากเป็นบริษัทข้ามชาติหรือบริษัทที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เอกสารที่ใช้ในงาน เช่น ข้อมูลจำเพาะของสินค้าและบริการที่เราต้องศึกษานั้นส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ตรงกัน ทักษะการอ่านและตีความจึงมีความสำคัญอย่างมากทีเดียว จะเห็นได้ว่าถึงแม้เราจะสามารถเบิกทางเข้าสู่ตำแหน่งที่ตั้งใจในบริษัทที่ฝันได้แต่ก็อาจประสบปัญหาในการทำงานได้หากเรามีพื้นฐานที่ไม่แข็งแรง แต่หากคุณมีความมุ่งมั่น พยายามและใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอเชื่อว่าคุณจะสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้แน่นอน

Continue reading »

หลักความเชื่อมีผลกับการทำธุรกิจ

นานมาแล้วที่วิทยาศาสตร์และความเชื่อที่เป็นเหมือนเส้นขนานของกันและกันถูกนำมาเป็นรากฐานในการสร้างสิ่งต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจากการสร้างบางสิ่งตามความเชื่อก็มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับแต่บางเรื่องก็ไม่มี เรื่องของโชคลางและเครื่องรางนำโชคนั้นมีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้แต่นักธุรกิจใหญ่ที่ประสบความสำเร็จจะสร้างตึกสำนักงานยังต้องให้ซินแสช่วยดูฮวงจุ้ยเพราะมั่นใจว่าจะช่วยให้กิจการของเค้าเหล่านั้นร่ำร่วย มั่งคั่ง เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ในปัจจุบันจึงมีคนนำเครื่องรางและสิ่งที่จะนำโชคมาให้ผู้ใช้งานนั้นมาขายซะเลย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อนั้นก็อยู่ใกล้ตัวเราอย่างนึกไม่ถึงเลยทีเดียว Cr. Pexels.com เลขสวยเบอร์ดี เร็ว ๆ นี้น่าเราจะได้เห็นค่ายโทรศัพท์มือถือหลายค่ายต่างนำเบอร์โทรเลขสวยออกมาดึงดูดให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ย้ายค้ายหรือเปิดเบอร์ใหม่เพิ่มเพื่อเพิ่มรายได้ค่าบริการรายเดือนแก่ค่าย แท้จริงแล้วศาสตร์แห่งตัวเลขนั้นมีการศึกษากันมานานแล้วแต่ละเลขก็มีความหมายแตกต่างกันไป เมื่อนำมาจับคู่กันก็จะมีผลที่ดีมากหรือร้ายมากก็ได้ ซึ่งมีความคิดเห็นจากผู้ที่เคยเปลี่ยนเบอร์แล้วพบว่าชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้ศาสตร์แห่งตัวเลขเบอร์โทรศัพท์มือถือยิ่งดูน่าเชื่อถือมากขึ้นและบางเบอร์ขายต่อกันในราคาหลายหมื่นเลยทีเดียว ดูดวงรายวัน เป็นอีกธุรกิจที่สร้างรายได้ได้เรื่อย ๆ เริ่มต้นจากการเสียค่าครูหรือค่าดูดวงให้แก่ผู้ศึกษาโหราศาสตร์ทำนายทายทักกัน จากนั้นเริ่มมีการพัฒนาเป็นการดูดวงออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นต้องสมัครสมาชิก จ่ายค่าสมาชิกเพื่อดูดวงรายวันของตนเอง รวมถึงมีบริการส่งข้อความดวงประจำวันไปยังโทรศัพท์มือถือแล้วเก็บค่าบริการเป็นรายข้อความด้วย Cr.pexels.com ดูฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์จีนเก่าแก่ที่นักธุรกิจให้ความเชื่อถือกันมากเพราะบางหลักการนั้นก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ ฮวงจุ้ยนั้นนอกจากเป็นเรื่องของทิศทางและการจัดวางตำแหน่งแล้วยังต้องสอดคล้องกับวันเดือนปีนักกษัตริย์ที่ผู้เป็นเจ้าของสถานที่เกิดด้วย ดังนั้นซินแสที่สามารถให้คำแนะนำด้านฮวงจุ้ยได้นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอีกแขนงหนึ่งซึ่งก็ต้องมีค่าน้ำร้อนน้ำชาให้ท่านไม่น้อยเช่นกัน เครื่องรางที่มีสีมงคล สีมงคลถูกนำมาเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหลายชิ้นไม่ว่าจะเป็น เครื่องประดับหินสี กระเป๋าสตางค์ สีรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ วอลเปเปอร์ สีทาบ้าน โดยถูกทำเป็นสินค้าที่มีสีนำโชคสำหรับผู้ที่เกิดในวันต่าง ๆ Cr. Pexels.com ถ้าหากถามว่าหลักความเชื่อนั้นมีผลกับการทำธุรกิจหรือไม่ ให้ลองเปิดใจแล้วเปลี่ยนคำถามใหม่ว่าทำไมนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จถึงเลือกที่จะเชื่อสิ่งเหล่านี้และถ้าทำได้คุณจะลองทำตามความเชื่อเหล่านี้ดูไหม  

Continue reading »

มารยาทในที่ทำงาน ความแตกต่างด้านวัฒนธรรม

ด้วยการสื่อสารที่ล้ำสมัยทำให้เส้นขีดแบ่งของชาติ ภาษาถูกทำลายลง การทำงานร่วมกันระหว่างคนชาติต่าง ๆ บริษัทข้ามชาติที่มาเปิดสำนักงานอยู่ในประเทศไทยมีให้เห็นอยู่มากมาย หลายคนก็ใฝ่ฝันและต้องการที่จะได้ทำงานในบริษัทนานาชาติ เนื่องจากเงื่อนไขหลายอย่าง ทั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รายได้ที่มากกว่าเพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทระดับสากล มีไม่น้อยที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก บรรยากาศการทำงาน สวัสดิการต่าง ๆ ก็ดึงดูดให้น่าเข้าไปทำงานมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่คุณควรจะรู้เมื่อตั้งเป้าหมายเข้าทำงานในบริษัทต่างชาติก็คือ เรื่องมารยาทต่าง ๆ ในการทำงานอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติ โดยเฉพาะชาติยอดนิยมที่คนไทยนิยมไปทำงานร่วมด้วย   1 ชาวอังกฤษ หากคุณต้องทำงานร่วมกับชาวอังกฤษ คนอังกฤษเป็นชาติที่ขึ้นชื่อในเรื่องของมารยาทมากที่สุด โดยเฉพาะมารยาทในเรื่องเวลา คนอังกฤษตรงต่อเวลาที่สุด การมาสายแม้แต่ 1-2 นาทีจะทำให้พวกเขาอารมณ์เสียหากคาดว่าจะสายต้องมีการแจ้งล่วงหน้า คนอังกฤษให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม งานของคนอังกฤษมักจะระดมความคิด วิจารณ์จริงจังหาข้อสรุป แบ่งหน้ที่ทำงานชัดเจน   2 ชาวฝรั่งเศส คนฝรั่งเศสจะเป็นคนแสดงออกชัดเจนและทันทีทันใด ไม่มีอ้อมค้อม มีกฏเกณฑ์ชัดเจนและทำตามกฏเคร่งครัดมาก มีรสนิยมที่ดีและรักศิลปะ เมื่อมีการวิจารณ์จะวิจารณ์ชัดเจนและตรง  ชอบให้มีการแจ้งล่วงหน้าในการนัดหมายหรือทำสิ่งต่าง ๆ   3 ชาวญี่ปุ่น เป็นชาติที่จริงจังมากในการทำงาน ทุ่มเทและขยัน มีหลักการชัดเจนและมีระเบียบวินัยในการทำงามาก หากคุณทำงานในบริษัทของคนญี่ปุ่น ความขยันจะทำให้คุณก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็ว   4 ชาวอเมริกัน ชาวอเมริกันให้ความสำคัญกับคนที่มีความสามารถสูง มีความคิดสร้างสรรค์ มีความตั้งใจสูงในงานและผลงานที่เกิดขึ้น ชอบคนทำงานที่กล้าแสดงออก กล้าเสนอความคิดและมีใจที่จะพัฒนาองค์กรไปร่วมกัน โดยเฉพาะคนที่มีบุคลิกกระตือรือร้นจะก้าวหน้าในบริษัทอเมริกันมาก ไม่ชอบการทำงานในแบบเช้าชามเย็นชาม งานของคนอเมริกันจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาเสมอ ดังนั้นผู้ร่วมงานจึงต้องตื่นตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา   5 ชาวเยอรมัน คนเยอรมันจะยึดในรูปแบบที่เป็นระเบียบในทุก ๆ สิ่งที่ทำ อะไรก็ตามที่ตกลงกันแล้วต้องเป็นไปตามนั้น รูปแบบขององค์กรมีการตีกรอบไว้อย่างตายตัว มักไม่ยืดหยุ่น การทำงานกับชาวเยอรมัน ถ้าคุณเข้าใจในรูปแบบและเนื้อหางานอย่างดี คุณปรับตัวเข้ากับระบบงานได้คุณจะก้าวหน้าในงาน เพราะการทำงานจะเป็นไปตามนั้นทุกอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะผิดเพี้ยนเลย   การปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมของบริษัทนานาชาติที่ได้เข้าไปทำยังช่วยลดความกดดันและปัญหาต่าง ๆ ทำให้การทำงานของคุณในบริษัทต่างชาติก้าวหน้าและราบรื่นด้วย

Continue reading »

10 วิธีแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยคือศาสตร์จีนที่ว่าด้วยเรื่องของสถานที่ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้คนที่ใช้สถานที่แห่งนั้น ทั้งที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน ฮวงจุ้ยได้ถูกค้นพบ ศึกษา และรวบรวมมากว่าพันปี เจ้าของบ้านที่มีความเชื่อถือในฮวงจุ้ยเชื่อว่าการนำหลักฮวงจุ้ยไปออกแบบจัดแต่งที่อยู่อาศัย ผู้อาศัยในบ้านก็จะเกิดทั้งความรุ่งเรือง สิริมงคลและอยู่สบาย วิธีแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก คือ   1. การจัดวางตำแหน่งเตียงนอน การจัดวางเตียงนอนสิ่งที่ไม่ควรทำประการแรกก็คือไม่ควรหันหัวเตียงไปทางหน้าต่างและไม่ตั้งตรงกับประตูห้อง เพราะทำให้อารมณ์หงุดหงิด นอนไม่หลับ เนื่องจากในใจจะคิดกังวลถึงความไม่ปลอดภัย และไม่ตั้งไว้ในจุดใกล้กับน้ำเช่นห้องน้ำแท้งค์น้ำ หรือเตาไฟ เพราะจะมีผลต่อสุขภาพ   ผนังห้องรับแขกควรเรียบไม่เว้าเข้าไปหรือโค้งนูนออกมา เพราะพลังชี่ไม่สมดุลย์และมีผลต่อโชคลาภรวมถึงเงินทองของคนในบ้านทำให้โชคลาภไม่ใหลเวียนเข้ามาในบ้าน หรือเข้ามาแล้วก็ออกไปอย่างรวดเร็ว   3. ไม่ควรติดกระจกขนาดใหญ่ในห้องรับแขก การติดกระจกอาจทำให้ห้องดูกว้างขึ้นก็จริง แต่ตามหลักฮวงจุ้ยกระจกจะสะท้อนเงาของคนที่อยู่ในห้อง ทำให้เกิดความไม่สงบ ดูเหมือนคนพลุกพล่านไม่เป็นส่วนตัว ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นควรรู้สึกนิ่งสงบอยู่แล้วผ่อนคลาย   การติดน้ำพุบริเวณบ้านใช่ว่าจะเป็นผลดีเสมอไป หลายบ้านและสำนักงานนิยมติดน้ำพุ เนื่องจากน้ำพุคือสัญลักษณ์ของเงินและทรัพย์ แต่การติดน้ำพุให้ดีตัองมีหลักที่ถูก น้ำพุที่ตกลงมาแล้วไหลลงเป็นทางจะทำให้เงินไหลออก ส่วนน้ำพุที่มีความแรงมากไปเงินจะเข้าเร็วแต่ก็ออกไปเร็วเก็บไม่อยู่   5. ตำแหน่งโต๊ะทำงานโฮมออฟฟิศที่ดี ตำแหน่งตั้งโต๊ะทำงานควรให้หลังชิดผนัง ไม่นั่งหันหลังชนหน้าต่างหรือประตู เพราะจะเกิดความไม่มั่นคงของตำแหน่งการงาน ไม่หันเข้ากำแพงเพราะมีผลต่อความคิดตันและอึดอัด เครียด   6. ทาวน์เฮ้าส์หรืออาคารพาณิชย์ที่ดี ทาวน์เฮ้าส์และอาคารพาณิชน์ต้องมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์ไม่มีส่วนขาดเว้าเกิน ถึงจะถือว่าเป็นร้านหรือบ้านที่ดี   7. หลักการตกแต่งครัวที่ดี ครัวที่ดี น้ำและไฟต้องอยู่ห่างกัน เตาไฟและอ่างล้างจานต้องมีระยะห่างกันพอสมควร   ครัวที่ทำให้บ้านอุดมสมบูรณ์ ครัวในบ้านที่ดี เป็นมงคลควรอยู่หลังบ้าน ไม่ควรมีประตูหลังและมีความกว้างมากพอ ครัวจะต้องมีพื้นต่ำกว่าพื้นหน้าบ้านจึงจะเก็บเงินอยู่   9. ทาสีบ้านตามสีมงคลในศาสตร์ฮวงจุ้ย สีของที่อยู่อาศัยควรเป็นโทนเย็นและสีอ่อน เช่นสีฟ้า สีครีม สีเขียวจะร่มเย็นเป็นสุข สีของร้านค้าและธุรกิจเหมาะกับสีสด เช่นสีทอง สีแดงและสีเหลือง   10. รั้วและลานหน้าบ้าน บ้านที่ดีตามฮวงจุ้ยควรมีพื้นที่โล่งระหว่างรั้วและตัวบ้าน ยิ่งมีมากยิ่งเป็นมงคล บ้านที่ปลูกติดรั้วนั้นไม่มงคล   ทั้ง 10 ประการนี้คือวิธีการที่จะตกแต่งบ้านตามหลักที่ถูกต้องของศาสตร์ฮวงจุ้ย ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และความเจริญแก่บ้านและสมาชิกในบ้านได้

Continue reading »